ธรรมเป็นโลกบาล คือคุ้มครองโลก ๒ อย่าง
๑. หิริ ความละอายต่อบาปหรือความละอายต่อความชั่ว
๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาปหรือความสะดุ้งกลัวต่อความชั่ว
หิริ ความละอายแก่ใจ หมายความว่ารู้สึกรังเกียจทุจริต มีกายทุจริต เป็นต้น เหมือนคนเกลียดสิ่งโสโครกมีอุจจาระ เป็นต้น ไม่อยากจับต้อง
โอตตัปปะ ความเกรงกลัว หมายความว่า สะดุ้งกลัวต่อทุจริตมีกายทุจริต เป็นต้น เหมือนคนกลัวความร้อนของไฟ ไม่กล้าไปจับไฟ ธรรมทั้ง ๒ นี้ จึงชื่อ ธรรมคุ้มครองโลก และธรรมทั้ง ๒ ประการนี้ เรียกว่า “เทวธรรม” เพราะทำจิตใจของมนุษย์ให้สูงเยี่ยงเทวดา
๑. หิริ ความละอายต่อบาปหรือความละอายต่อความชั่ว
๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาปหรือความสะดุ้งกลัวต่อความชั่ว
หิริ ความละอายแก่ใจ หมายความว่ารู้สึกรังเกียจทุจริต มีกายทุจริต เป็นต้น เหมือนคนเกลียดสิ่งโสโครกมีอุจจาระ เป็นต้น ไม่อยากจับต้อง
โอตตัปปะ ความเกรงกลัว หมายความว่า สะดุ้งกลัวต่อทุจริตมีกายทุจริต เป็นต้น เหมือนคนกลัวความร้อนของไฟ ไม่กล้าไปจับไฟ ธรรมทั้ง ๒ นี้ จึงชื่อ ธรรมคุ้มครองโลก และธรรมทั้ง ๒ ประการนี้ เรียกว่า “เทวธรรม” เพราะทำจิตใจของมนุษย์ให้สูงเยี่ยงเทวดา
- หมวดหมู่
- ดนตรี – Music
เข้ามาเป็นคนแรกสำหรับการแสดงความเห็นวิดีโอนี้